เกี่ยวกับเรา

     Hall of fame
 
 
 
 

ฮันนิมูนไอซ์แลนด์ : เกาะไม้ท่อน

  • หากคุณสอบถามชาวภูเก็ตและไกด์ จะพบว่าฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน นั้นเป็นสถานที่สำหรับคู่รักมาฮันนิมูน ตั้งแต่สมัยญี่ปุ่นนั้น ฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน จะเป็นสถานที่สำหรับคู่รัก โดยเดินทางด้วยเฮลิคอร์ปเตอร์ส่วนตัว หรือแม้แต่เครื่องบินเช่าเหมาลำ เดินทางมาที่ ฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน โดยเฉพาะ ซึ่งบริเวณเกาะนั้นยามพระอาทิตย์ตกมีความสวยงามมากไม่แพ้ที่ใดในโลก
  • นอกจากความสวยงามทางธรรมชาติแล้ว ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของสภาพนิเวศรอบเกาะ ทำให้ ฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน เป็นแหล่งพำนักพักพิงของฝูงปลาโลมา ซึ่งว่ายน้ำรอบเกาะทุกๆ วัน ถือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนที่พักที่นี่ที่จะได้พบอยู่บ่อยครั้ง

 

ตามรอย “เจ้าชายจิกมี” เที่ยว ฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน

ในระหว่างที่พระองค์ทรงพำนักอยู่ในประเทศไทย ก็ได้ทรงเสด็จฯ เยือนจังหวัดภูเก็ต เพื่อสำราญพระราชอิริยาบถที่ ฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน เกาะเล็กๆที่เงียบสงบของจังหวัดภูเก็ต มีหาดทรายขาวน้ำทะเลใสสวยงาม เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาพักผ่อนอย่างสงบ รวมทั้งอยากจะว่ายน้ำหรือตกปลาก็ได้       นอกจากนั้นพระองค์ก็ยังโปรดการเสด็จพระดำเนินบนชายหาด เพราะทัศนียภาพบนเกาะตามช่วงเวลาฤดูกาลตอนนั้นมีความสวยงามมาก พื้นทรายราบเรียบไม่มีหิน ไม่มีปะการังลอยเกลื่อน เพราะธรรมชาติปรับสภาพตามฤดูกาลทำให้ชายหาดมีความสวยงามมากๆ พระองค์ท่านทรงประทับพระทัยมากจนเสด็จมาที่ ฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน ถึง 2 ครั้ง คือมาในวันนั้นและในวันรุ่งขึ้นอีก ความประทับพระทัยของพระองค์มีมากถึงขนาดที่ทรงตรัสว่าจะกลับมาเที่ยวที่ ฮันนิมูนไอร์แลนซ์:เกาะไม้ท่อน อีกครั้ง (22 พ.ย 49)        สำหรับการเสด็จมาเยือนเกาะไม้ท่อนของเจ้าชายจิกมีในวันนั้น พระองค์ประทับที่เกาะไม้ท่อนตั้งแต่เช้าจนเย็น เจ้าชายจิกมีทรงสำราญพระอิริยาบถกับการทรงกีฬาทางน้ำเป็นอย่างมาก

ที่มา : http://bkkonline.com/scripts/news/popup.aspx?contentid=3021

 

บุคคลสำคัญที่เคยมาเยือน ฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน

  • HRH Crown Prince Jigme Khesar Namgyel Wangchuck of Bhutan
  • H.E. Mr. Goh Chok Tong: Prime Minister of the Republic of Singapore
  • H.E. Mr. Somsavat Lengsavad : Deputy Prime Minister and Minister of Affairs of Lao
  • H.E. Mr. Nguyen Dy Nien : Minister of foreign Affairs of Vietnam
  • H.E. Mr. Hor Namhong : Senior Minister and Minister of foreign Affairs of Cambodia
  • H.E. Teotisto T. Guingona, Jr.: Minister of foreign Affairs of Philippines
  • H.E. U Win Aung : Minister of foreign Affairs of Myanmar
  • H.E. Mr. L. K. Advani : Deputy Prime Minister of the Republic of India
  • H.E. Dr. N. Hassan Wivajuda : Minister of foreign Affairs of Indonesia
  • H.E. Datuk Sevi Syed Hamid Alber: Minister of foreign Affairs of Malaysia
  • H.E. Hashimoto Ryutaro : Honorary secretary of The LDP Party (Japan)
  • Morita, Akio (Chairman of the Board of Sony Corporation – 1994)
  • ฯพณฯ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร

 

เรื่องราวมากมายของ ฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน

เหตุการณ์ครั้งสำคัญ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ท้องทะเลอันดามันเคยเป็นเส้นทางในการรบ ของกองทัพอังกฤษ เพื่อบุกดินแดนลังกา เกาะสุมตรา อินโดนิเซีย

  • ยุทธศาสตร์ทางเรือของฝ่ายสัมพันธ์มิตรในการส่งเรือดำน้ำมาปฏิบัติการในเขตน่านน้ำประเทศไทยฝั่งอันดามัน ก็เพื่อรังควานหรือขัดขวางการเดินเรือลำเลียงและเรือรบของญี่ปุ่นระหว่างเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย และประเทศพม่า (ย่างกุ้ง) ด้วยการต่อตีด้วยอาวุธประจำเรือดำน้ำ เช่น ตอร์ปิโด ปืนเรือ ทุ่นระเบิด หรืออาวุธพิเศษ เช่น ตอร์ปิโดคน นอกจากนี้อังกฤษยังส่งสายลับหรือหน่วยก่อกวนมากับเรือดำน้ำ ขึ้นบกปะปนกับคนพื้นเมือง ในการต่อต้านญี่ปุ่น หรือเพื่อลาดตระเวณหาข่าว เพื่อเตรียมการก่อนการยกพลขึ้นบกของหน่วยนาวิกโยธิน
  • วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2488 เรือดำน้ำ HMS Trenchant ได้นำตอร์ปิโดคน 2 ลูกมาปล่อยไว้ที่ ฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน นอกอ่าวภูเก็ต

ที่มา : http://www.navalcadet.org/82/tomorrow/submarine/history-w2.htm

 

Human Torpedo

ตอร์ปิโดคน (Human Torpedo) เป็นอาวุธพิเศษอย่างหนึ่ง หลักการปฏิบัติงานของตอร์ปิโดคน (human torpedo) ก็คือ ยานตอร์ปิโดคนจะถูกบรรทุกมากับเรือดำน้ำ และถูกปล่อยออกจากเรือดำน้ำไปยังเป้าหมาย โดยมนุษย์กบจะขับยานนี้ เพื่อนำหัวรบที่บรรทุกกับยานไปติดตั้งในเรือเป้าหมายต่างๆให้เกิดการระเบิดทำลาย

Source : http://www.navalcadet.org/82/tomorrow/submarine/history-w2.html

 

HMS Trenchant เรือที่ใช้ในการปล่อยตอร์ปิโดคน (Human Torpedo)


เรือดำน้ำ HMS Trenchant เดินทางกลับอังกฤษในเดือนกรกฏาคม ค.ศ. 1945
และยังขึ้นระวางประจำการในราชนาวีอังกฤษต่อมาอีกจนถึง ปี ค.ศ. 1963 จึงถูกปลดระวางและทำลายเป็นเศษเหล็กไป

คือ เรือดำน้ำ Trenchant ชั้น T Class ที่เข้ามาอาละวาดในทะเลอันดามันของไทย ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองดังกล่าว ในส่วนของปฏิบัติการณ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรือลำนี้ได้เข้าประจำการในหมวดเรือดำน้ำที่ 4 - 4th submarine squadron ที่ฐานทัพเรือทริงโคมาลี เกาะลังกา เมื่อเดือนกันยายน ปี ค.ศ. 1943 (พ.ศ. 2486) เรือ Trenchant ถูกกำหนดให้ปฏิบัติภาระกิจในเขตน่านน้ำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทะเลแปซิฟิค ซึ่งหน้าที่ของเรือดำน้ำ รวมไปถึงการขนถ่ายทหารสังกัด หน่วย SBS (special boat service) เพื่อทำลายสะพานเหนือแม่น้ำ Peudana บริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา และเพื่อวางสนามทุ่นระเบิด (laying of a minefield) ในอ่าว Aru มะละกา ซึ่งมีรายงานความสำเร็จของสนามทุ่นระเบิด ว่า สามารถจมเรือสินค้าฝ่ายอักษะได้ถึง 2 ลำ

ที่มา: http://www.navalcadet.org/82/tomorrow/submarine/history-w2.htm

 

บทความของท่าน พลเรือเอกประพัฒน์ จันทวิรัช (ผบ.ทร. ช่วง 1 ตุลาคม 2526 - 30 กันยายน 2527)

การปฏิบัติการของเรือดำน้ำอังกฤษทางฝั่งทะเลอันดามันของไทย เรือดำน้ำอังกฤษ ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ที่ทริงโคมาลี เกาะลังกา ได้เริ่มปฏิบัติการในฝั่งทะเลอันดามันของไทย ในปี พ.ศ. 2486 และ ทวีการปฏิบัติการมากขึ้นเมื่อยกพลขึ้นบกที่อิตาลีได้สำเร็จ เพราะส่งผลให้อังกฤษใช้ทะเลเมดิเตอเรเนียนเป็นเส้นทางการเดินทางการเดินเรือได้สะดวกขึ้น ....... การปฏิบัติการของอังกฤษมีดังนี้

วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2487 เรือถลาง (เรือโททองสุก จันประยูร นายเรือ) เดินทางจากภูเก็ตไปกันตัง โดยมีเรือยามฝั่งญี่ปุ่น 2 ลำ และเครื่องบินทะเล (บรน.) 1 ลำ บินคุ้มกัน ระหว่างทางมีเรือดำน้ำโผล่ขึ้นมายิงเรือถลางด้วยปืนใหญ่ ในระยะ 4-5 ไมล์ ที่บริเวณหัวเกาะลันตา แต่เรือถลางแล่นเข้าบังเกาะลันตารอดไปได้ เรือยามฝั่งญี่ปุ่นได้ทำการขับไล่เรือดำน้ำ ซึ่งดำหายไป วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2488 เรือดำน้ำ HMS Trenchant ได้นำตอร์ปิโดคน 2 ลูกมาปล่อยไว้ที่ ฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน นอกอ่าวภูเก็ต ในวันดังกล่าว มนุษย์กบของเรือดำน้ำอังกฤษได้ขับตอร์ปิโดคน นำหัวรบไปติดใต้ท้องเรือสินค้าชื่อ Sumatra ซึ่งถูกกู้ จนลอยน้ำแล้วลูกหนึ่ง และอีกลูกหนึ่งถูกนำไปทิ้งในระวางเรือสินค้า ชื่อ Volpi เรือทั้งสองลำถูกทำลายพินาศ (ท่านผู้เขียนได้กล่าวเสริมว่า ได้เคยเขียนเรื่องปฏิบัติการณ์ของตอร์ปิโดคนอังกฤษ ในครั้งนี้ ให้กับวรสารกระดูกงู เมื่อประมาณ พ.ศ. 2498 )

Credit : Funeral book of Admiral Prapat Janthawirat; 2003

 

แนวปะการังเทียม

ศูนย์ชีวะทางทะเลภูเก็ตกำลังวิจัยและเพาะพันธุ์ปลาฉลามหนูอยู่และกำลังอนุบาลลูกปลาพะยูนที่พัดหลงมาเกยตื้น ในช่วนเดือนที่ผ่านมามีการทิ้งปะการังเทียม 300 ก้อนบริเวณเกาะไข่ในและผลการสำรวจแนวปะการังเทียม 700 ก้อนที่ทิ้งฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน ผลสรุปดีเกินว่าที่คิดไว้มีตัวอ่อนปะการังมาจับในเปอร์เซนต์ที่เยอะ ส่วนด้านล่างเป็นปะการังเทียมแบบสามเลี่ยมรูกลวง รุด้านในไว้เป็นที่อยู่อาศัยของปลาขนาดเล็ก

ที่มา : http://www.siamensis.org/oldboard/2100.html

 

โครงการพ่อแม่อุปถัมภ์หอยมือเสือ โดยเป็นหนึ่งในโครงการอนุรักษ์สัตว์ทะเลของกรมประมง

  • ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ประสพผลสำเร็จในการเพาะเลี้ยงหอยมือเสือได้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2536 รับผิดชอบดำเนินการโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์หอยมือเสือ โดยได้จัดเตรียมลูกหอยมือเสือชนิด Tridacna squamosa ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงทั้งสายพันธุ์อันดามันและสายพันธุ์อ่าวไทย อนุบาลไว้ให้ได้ขนาดพร้อมปล่อยลงสู่แนวปะการังธรรมชาติ ซึ่งการปฏิบัติงานนำลูกหอยมือเสืออุปถัมภ์ชุดแรกลงสู่บ้านใหม่ใต้ทะเล ได้ดำเนินไปแล้วเมื่อวันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2550
  • ลูกหอยมือเสือที่ได้นำออกปล่อยในแนวปะการังชุดแรกนี้ เป็นลูกหอยมือเสือสายพันธุ์อันดามัน อายุ 2.5 ปี ที่ได้จากการเพาะและอนุบาลที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ จนได้ขนาดประมาณ 4-6 ซม. แล้วย้ายไปอนุบาลในกรงอนุบาลใต้ทะเลที่ฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต โดยความร่วมมือของกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน ดำเนินการประคบประหงมดูแลเป็นระยะเวลากว่า 1-1.5 ปี ให้มีขนาดประมาณ 14-15 ซม. ขึ้นไป เพื่อให้เติบโตแข็งแรงพร้อมที่จะนำออกปล่อยในสภาพธรรมชาติได้

  • ชื่อสามัญ (ไทย) หอยมือเสือ
  • ชื่อสามัญ (อังกฤษ) Giant Clam
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ Tridacnidae
  • ลักษณะทั่วไป: มีลักษณะครึ่งวงกลม โค้งนูน ขอบฝาด้านบนหยักเป็นคลื่น มีแนวยาวเป็นนูนโค้งจากใหญ่แล้วค่อยๆเล็กลง มารวมกันที่จุดๆเดียวตรงด้านล่าง มีเปลือกบางๆระบายเป็นริ้วและเป็นชั้นๆขนานกันในแนวขวางโดยรอบเปลือกด้านนอก มีลักษณะที่สวยงาม
  • แหล่งที่อยู่อาศัย: ตามปกติจะพบได้ในแนวปะการัง โดยอาจจะตั้งอยู่เดี่ยวๆตามโขดหิน ซากปะการัง หรือฝังตัวอยู่ในโครงร่างแข็งของปะการังแบบก้อนโขดก็ได้
  • อาหาร: สาหร่ายซูแซนแทลลี่ (Zoozanthellae) เช่นเดียวกับปะการัง กล่าวคือ สาหร่ายจะอาศัยของเสีย เช่นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไนเตรท ฟอสเฟต และธาตุอาหารอื่นๆจากหอย มาใช้ในการสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างอาหาร ส่วนหอยก็จะได้รับอาหารบางส่วนจากผลผลิตจากการสังเคราะห์แสงของสาหร่าย เช่นก๊าซออกซิเจน และสารอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล นอกเหนือไปจาก การกินอาหารโดยการกรองเอาสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่ลอยอยู่ในมวลน้ำ

 

สัตว์ที่พบบริเวณ ฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน

ในพฤศจิกายน 2547 ก่อนสึนามิปลาวาฬบลูด้า 2 ตัว มาว่ายวนเวียนที่หัวเกาะ


วาฬบลูด้า

  • มนุษย์รู้จักปลาวาฬมานานแสนนานแล้ว Aristotle นักปราชญ์ชาติกรีกในสมัยพุทธกาลได้เคยหลงผิดคิดว่าปลาวาฬเป็นปลา และความหลงผิดนี้ได้ติดตามมาจนกระทั่งปี พ.ศ. 2236 John Ray นักชีววิทยาชาวอังกฤษก็ได้เป็นบุคคลแรกที่ตระหนักความจริงว่าปลาวาฬมิใช่ปลาแต่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลักษณะทั่วไป ศรีษะใหญ่ ไม่มีคอ ตาของมันมีขนาดเล็ก รูจมูกของมันอยู่บนหลัง มันหายใจได้เช่นคนโดยผ่านรูจมูก 2 รู
  • อาหาร ตามธรรมดาปลาวาฬชอบกินสัตว์น้ำ เช่น กุ้ง ปลาหมึกและปลาต่างๆ เป็นอาหาร

 

นักท่องเที่ยวแห่ชม“วาฬ”สายพันธุ์หายาก “บลูด้า” บริเวณฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่เผยวาฬดังกล่าวจะเข้ามามายังจังหวัดทุกปีเพื่อออกลูก

  • กล่าวถึงกรณีที่มีนักท่องเที่ยวพบเห็น วาฬ “บลูด้า” ขนาดความยาว 12 เมตร เกาะราชาใหญ่ และเกาะไม้ท่อน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ว่า ในช่วงระหว่างเดือน พ.ย ถึง ธ.ค ทุกปีจะมีวาฬ “บลูด้า”เข้ามาหากินในพื้นที่บริเวณเกาะราชาและฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน เพื่อออกลูกและเลี้ยงลูก ในบริเวณดังกล่าวเนื่องจากเป็นพื้นที่มีอาหารสมบูรณ์และเงียบสงบ ทำให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามของวาฬบลูด้าดังกล่าว
  • สำหรับวาฬ “บลูด้า” จะเดินทางเข้ามาเพื่อออกลูกและใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือนเลี้ยงดูลูกน้อย เนื่องจากบริเวณอ่าวพังงา และบริเวณรายรอบเกาะภูเก็ตเป็นที่หลบภัยจากนักล่า อีกทั้งเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด เพราะวาฬบลูด้าเป็นสัตว์ที่กินอาหารจำพวกปลาฝูง กุ้งเคย หรือสัตว์น้ำขนาดเล็กอื่น ๆ ที่อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ ซึ่งมีมากบริเวณอ่าวพังงา โดยแต่ละตัวจะกินอาหารประมาณ 150 กิโลกรัมต่อวันเพื่อสะสมพลังงานไว้ในช่วงที่ต้องเลี้ยง

ที่มา : http://www.expert2you.com/view_news.php?art_id=2067 โดย ผู้จัดการออนไลน์17 ธันวาคม 2547 19:12 น.

 

Killer Whale (Orca)

วาฬเพชรฆาต มีลักษณะเด่นที่ง่ายต่อการจำแนก จากลักษณะครีบหลังตั้งตรงสูงมาก โดยเฉพาะในเพศผู้ ส่วนเพศเมียครีบหลังมีขนาดเล็กกว่าและจะโค้งลาดไปทางหางไม่ตั้งตรงเหมือนเพศผู้ เคยมีรายงานครีบหลังของเพศผู้สูงถึง 1.8 เมตร ลำตัวด้านหลังสีดำเข้มมีวงขาวรูปวงรีหลังลูกตา และส่วนใต้ท้องจะเป็นสีขาวตัดกับส่วนหัวเป็นแนวขาวดำชัดเจนฐานครีบหลังมีแถบสีขาวรูปอานม้า ปากล่างสีขาว ปากบนสีดำ จงอยปากสั้น ครีบข้างลักษณะใหญ่แข็งแรงเป็นรูปพายปลายมน ฟันขนาดใหญ่โค้งเล็กน้อยจำนวน 10-12 คู่ ขนาดใหญ่ที่สุดที่พบประมาณ 9 เมตร เพศเมียเล็กกว่าเพศผู้มาก ขนาดยาว 7 เมตร ลูกวาฬแรกเกิดขนาด 2-2.5 เมตร ตั้งท้องนาน 12 เดือน ลูกจะอยู่กับแม่นาน 2 ปี แม่วาฬเพชรฆาตจะทิ้งช่วงตั้งท้องประมาณ 3 ปีครั้ง

Credit : Phuket Marine Biological

 

สรุปสถานภาพของสัตว์ทะเลหายากในน่านน้ำไทย  โดย กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล

ที่มา: http://www.dmcr.go.th/dmcrIT/modules.php?name=News&file=article&sid=301

 

ปลากระเบนนก (Eagle ray)

  • ลักษณะทั่วไป เป็นปลากระเบนขนาดค่อนข้างใหญ่ มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน บางตัวมีความกว้างนับจากปลายปีกทั้งสองข้างถึง 3 เมตร เมื่อมองทางด้านบนเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ครีบหูแผ่เป็นแผ่น หัวนูนมีจงอยปากยื่น ด้านหลังมีสีเข้มมักแต้มด้วยจุดหรือลาย ด้านล่างเป็นพื้นสีขาว ตรงโคนหางอาจมีเงี่ยงหรือบางชนิดไม่มีเงี่ยง หางเป็นแส้ยาว ซึ่งมักมีความยาวมากกว่าความยาวของลำตัว และมีครีบหลังอยู่บนโคนหาง ใช้เป็นหางเสือขณะว่ายน้ำไปตามทิศทางที่ต้องการ ปากของกระเบนนกอยู่เยื้องลงมาทางด้านล่างของส่วนหัว เยื้องถัดไปทางด้านท้องเล็กน้อยมีช่องเหงือกจำนวน 5 คู่
  • ถิ่นที่อยู่อาศัย ตามพื้นทะเลหรือว่ายน้ำหากินอยู่ระดับกลางน้ำ บางครั้งอาจอยู่ร่วมกันเป็นฝูงขนาดใหญ่
  • อาหาร กุ้งเคย หรือปลาขนาดเล็กจับกินเป็นอาหาร

ที่มา: http://www.fisheries.go.th

 

Chinese Spiny Lobster

  • ชื่อไทย : กุ้งมังกร
  • ชื่อสามัญ : Chinese Spiny Lobster
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : Panulirus Spp.
  • ลักษณะทั่วไป : กุ้งมังกรเป็นกุ้งทะเลขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในครอบครัว Palinuridae พบมากทางชายฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ด้านทะเลอันดามัน ตั้งแต่จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล คนทั่วไปมักเรียกชื่อกุ้งชนิดนี้ว่า "กุ้งหัวโขน" ทั้งนี้เพราะลักษณะเด่นของส่วนหัวของกุ้งมังกรมีสีสันลวดลายสวยงาม
  • ถิ่นอาศัย : อยู่ตามพื้นทะเลซึ่งมีโขดหินตามชายทะเล พื้นทรายปนเลน ตามแนวกองหิน และบริเวณรอบเกาะที่มีปะการังหนาแน่นพบว่ามีอยู่มากที่หมู่เกาะ พีพี ฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน ภูเก็ต และบริเวณกลางอ่าวไทย
  • ประโยชน์ : ใช้บริโภคและเปลือกประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับบ้านที่มีราคาแพง เพราะค่อนข้างจะหาดูได้ยาก

ที่มา: http://www.aei-andaman.com/lobster/lobster.htm

 

HAIRY LEG MOUNTAIN CRAB พบได้ที่ ฮันนิมูนไอซ์แลนด์:เกาะไม้ท่อน

  • ปูไก่ (ชื่อสามัญ) ปูภูเขา (ชื่อสามัญ) ปูขน (ชื่อสามัญ) HAIRY LEG MOUNTAIN CRAB (ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ) Cardiosoma carnifex (ชื่อวิทยาศาสตร์)
  • ลักษณะทั่วไป กระดองเป็นรูปไข่ ด้านหน้าโค้งมนกลม เหนือเบ้าตามีปุ่มเล็ก ๆ ข้างละปุ่ม กระดองตอนหน้าระหว่างขอบตาแคบ ตัวผู้มีก้ามใหญ่และแข็งแรง ก้ามซ้ายมีขนาดใหญ่ ปลายก้ามหนีบอันบนยาวกว่าอันล่างขาเดินมี 4 คู่ ข้อสุดท้ายมีปลายแหลม ขอบหยักเป็นฟันเลื่อย ขาเดินทุกคู่ มีขนสีดำกระดองสีน้ำตาลปนเหลือง ก้ามสีน้ำตาลปนส้ม โคนขาเดินสีส้ม ถิ่นอาศัย
  • ถิ่นอาศัย พบตามลำธาร บนภูเขาละตามป่าชายหาด ตามเกาะของภาคใต้ พบที่สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ ยะลา
  • อาหาร กินซากสัตว์และพืชที่เน่าเปื่อย
  • ขนาด ความยาวประมาณ 8-20 ซ.ม.

ที่มา: http://student.vub.ac.be/~dagillik/mangrove/c_carnifex.htm

 

Bottlenose dolphin

  • ลักษณะทั่วไป สีน้ำเงินเข้มอมเทา สีจางหรือบางครั้งอมชมพูด้านท้อง จงอยปากค่อนข้างสั้นใหญ่ จำนวนฟันบนขากรรไกรแต่ละข้างมี 18-26 ซี่ ครีบหลังขนาดค่อนข้างใหญ่เป็นรูปโค้ง อยู่กึ่งกลางหลัง รูปร่างค่อนข้างอ้วน ชอบว่ายน้ำแข่งกับเรือ

ที่มา: http://en.wikipedia.org/wiki/Bottlenose_dolphin#Description


 
 
     

หน้าหลัก  |  เกี่ยวกับเรา  |  สิ่งอำนวยความสะดวก  |  แพคเกจฮันนีมูน  |  สำรองที่พัก  |  แกลเลอรี่ภาพ  |  ช่วยเหลือ  |  ติดต่อเรา  |  นโยบายสิทธิส่วนบุคคล

© Copyright 2008 Honeymoon Island Phuket. All Rights Reserved.